EN
×

เปิดตัว แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์

วันนี้ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดให้ชมห้องตัวอย่างของโครงการคอนโดมีเนียมที่พักอาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรี่เป็นครั้งแรก ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง และตั้งอยู่ในอภิมหาโครงการเมือง แลนด์มาร์คแห่งใหม่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา "ไอคอนสยาม" โดยเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมพรีวิวโครงการล่วงหน้า ก่อนที่จะเปิด Sales Gallery โครงการ แมกโนเลียส์ วอ-เตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ ณ ไอคอนสยาม อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่สื่อมวลชนได้รับเชิญไปเยี่ยมชมสถานที่ก่อสร้างโครงการไอคอนสยาม เนื้อที่ 50 ไร่ ซึ่งจะประกอบด้วย 2 อาณาจักรศูนย์การค้าแห่งยุค ที่ล้ำเลิศที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวแห่งใหม่ทั้ง 7 ที่จะเป็นปรากฏการณ์ใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย โดยได้รับการขนานนามให้เป็น "7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งไอคอนสยาม" และ 2 อาคารคอนโดมิเนียมที่พักอาศัยมาตรฐานระดับโลกที่หรูหราสง่างามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

นายธนวันต์ ชัยวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ ไอคอนสยาม เรสซิเดนซ์คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า "ไอคอนสยาม เป็นโครงการแลนด์มาร์คระดับโลก โดยในส่วน

ว่า "ไอคอนสยาม เป็นโครงการแลนด์มาร์คระดับโลก โดยในส่วนที่เป็นโครงการที่พักอาศัย ซึ่งใช้ชื่อว่า แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ ณ ไอคอนสยาม ได้รับการออกแบบอย่างพิถิพิถัน ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ ที่จะทำคอนโดมิเนียมที่พักอาศัยคุณภาพระดับสูง ที่หรูหราสง่างามที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย เราคาดหวังอย่างเต็มที่ว่าลูกค้าของเรา จะเปรียบเทียบมาตรฐานของโครงการนี้ เทียบชั้นมาตรฐานเดียวกันกับโครงการที่พักอาศัยที่ดีที่สุดในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่พักอาศัยในนิวยอร์ค ลอนดอน โตเกียว หรือเซี่ยงไฮ้"

นายธนวันต์ กล่าวว่า "กรุงเทพฯ ยังมีช่องว่างในตลาดระดับบน สำหรับโครงการที่พักอาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ที่คุณภาพเหนือระดับ และตั้งอยู่ในทำเลที่ตั้งระดับแลนด์มาร์คที่โลกยอมรับ ซึ่งไอคอนสยามถือเป็นแลนด์มาร์คระดับโลก และยิ่งไปกว่านั้น ยังมีทำเลที่ตั้งริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงามและมีเสน่ห์น่าประทับใจ ซึ่งแน่นอนว่าทุกห้องพักในโครงการ แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ ณ ไอคอนสยาม จะได้สัมผัสและอิ่มเอมไปกับวิวแม่น้ำที่สวยที่สุด"

ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่เยื้องกับโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นตำนาน อาคารคอนโดมิเนียมที่พักอาศัย ถูกออกแบบให้มีส่วนของพื้นที่เปิดโล่ง ในอัตราส่วนที่สูงกว่าโครงการปกติทั่วไป เช่นเดียว กับการออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียวริมฝั่งแม่น้ำที่กว้างใหญ่ ซึ่งจะช่วยตอกย้ำความเป็นแลนด์มาร์คระดับประเทศ เมื่อโครงการสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 2560

"เราได้เพิ่มพื้นที่เปิดโล่งในโครงการให้มากขึ้น โดยมากกว่าสองเท่าจากที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 30% ของพื้นที่ โดยเราได้จัดสรรพื้นที่ 12.5 ไร่ คิดเป็น เกือบ 70% ของพื้นที่ทั้งหมดของโครงการที่พักอาศัย ให้เป็นพื้นที่เปิดโล่ง และยิ่งไปกว่านั้น เรายังได้ออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียว ในโครงการมากถึง 3 ไร่" นายธนวันต์กล่าว

ห้องพักส่วนมาก จากทั้งหมด 379 ยูนิต 70 ชั้น ของโครงการ แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ ณ ไอคอนสยาม เริ่มตั้งแต่ ขนาด 1 ห้องนอน ไปจนถึง 3 ห้องนอน มีขนาดพื้นที่เริ่มตั้งแต่ประมาณ 60 ตารางเมตรไปจนถึง 222 ตารางเมตร และราคาขายเริ่มต้นที่ประมาณ 230,000 บาทต่อตารางเมตร นายธนวันต์ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันเปิดตัวโครงการไอคอนสยามเมื่อ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ได้รับการลงทะเบียนแสดงเจตจำนงที่จะซื้อห้องพักแล้ว มากกว่า 150 ยูนิต

เขากล่าวว่า "โครงการ แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ ณ ไอคอนสยาม มีจุดเด่นที่แตกต่าง และพิเศษที่สุดสำหรับผู้เป็นเจ้าของ เนื่องจากเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่เราสามารถผนวกองค์ประกอบสามส่วนที่จะขับเคลื่อนโครงการที่พักอาศัยแห่งนี้ให้เป็นโครงการที่พักอาศัยที่มีความพิเศษระดับโลกได้ นั่นคือ

"อย่างแรก เราใช้วัสดุอุปกรณ์ที่หรูหราที่สุดในทุกห้องพัก รวมทั้งพวกวัสดุประกอบติดตั้ง และตกแต่งที่มีสเป็กสูงที่สุด รวมถึงเพดานห้องที่สูงถึงสามเมตร และกระจกหน้าต่างแบบลามิเนทเคลือบ LOW-E"

"อย่างที่สอง ตัวอาคารถูกใส่ความหรูหราและสง่างามอย่างพิถีพิถัน เข้าไปตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการออกแบบ เพื่อให้ตัวอาคารโดยรวม รวมไปถึงองค์ประกอบในส่วนวิศวกรรม และระบบกลไกที่มองไม่เห็น ก็มีคุณภาพระดับโลก ซึ่งนั่นนำไปสู่การนำเสนอ คอนเซ็ปต์และระบบระบายอากาศที่เหนือกว่า เช่นเดียวกับระบบป้องกันความร้อนและเสียงคุณภาพสูง จุดติดตั้งเครื่องปรับอากาศและพื้นที่บริการนอกห้องพัก เพื่อความเงียบสงบภายในห้องพักและเพื่อความปลอดภัย ระบบประปาและไฟฟ้าที่กำหนดสเป็กไว้สูงสุด มีการผสมผสานคุณสมบัติด้านความยั่งยืนเข้าไป เพื่อให้การใช้พลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เจ้าของห้องพักมองไม่เห็น แต่เป็นสิ่งที่ส่งผลต่อภาพรวมของประสบการณ์ความหรูหราและคุณภาพที่เหนือระดับ ที่ผู้พักอาศัยสามารถสัมผัสได้ เมื่อย้ายเข้าไปอยู่ และใช้งานจริง"

"และอย่างที่สาม ซึ่งทำให้โครงการที่พักอาศัยของเรามีความพิเศษแตกต่างอย่างแท้จริงก็คือ การตั้งอยู่ในพื้นที่ 50 ไร่ ของโครงการไอคอนสยาม ซึ่งหมายความว่าสิ่งแวดล้อมโดยรวมของที่ตั้งโครงการ จะได้รับการออกแบบและควบคุมให้อยู่ในมาตรฐานระดับสูงสุด เช่นเดียวกับตัวอาคารและห้องพักทุก ยูนิตก็ถูกออกแบบและควบคุมให้อยู่ในมาตรฐานระดับสูงสุดเหมือนกัน ตรงนี้ถือเป็นจุดได้เปรียบที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง และไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง เพราะพื้นที่อาณาบริเวณที่ล้อมรอบโครงการที่พักอาศัย ก็จะถูกสร้างและบำรุงรักษาในระดับมาตรฐานที่หรูหราอลังการที่สุดเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ผู้พักอาศัยในโครงการยังได้อยู่ใกล้อาณาจักรศูนย์การค้าและแหล่งบันเทิงระดับโลก อีกทั้งยังได้รับสิทธิพิเศษระดับวีไอพี ในขณะที่ ยังได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติอีกด้วย"

นายธนวันต์ กล่าวว่าโครงการ แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ ณ ไอคอนสยาม นำเสนอส่วนผสมที่หาไม่ได้ทั่วไป คือการตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง แต่ในขณะเดียวกันผู้พักอาศัยยังได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด รวมทั้งยังได้อิ่มเอมกับวิวธรรมชาติที่สวยงามมีมนต์สเน่ห์และสร้างแรงบันดาลใจ

นายธนวันต์ กล่าวว่า การเปิดตลาดเออีซีทำให้เกิดความต้องการโครงการที่พักอาศัยคุณภาพสูงสุดเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ซื้อคนไทยและชาวต่างชาติที่ต้องติดต่อสัมพันธ์กับทั่วโลกและจำเป็นต้องเชื่อมโยงกับกับชุมชนโลกอยู่ตลอดเวลา

"คนกลุ่มนี้จะคาดหวังมาตรฐานที่ดีที่สุดในทุกที่ที่เดินทางไป ซึ่งส่วนหนึ่งของการตอบสนองความคาดหวังนี้ แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ ณ ไอคอนสยาม จะเป็นโครงการที่พักอาศัยโครงการแรกในประเทศไทยที่มอบเทคโนโลยีการสื่อสารระบบไฟเบอร์ออพติคที่ให้ความเร็วสูงสุด" นายธนวันต์กล่าว